Around Bay Area

รู้สึกไปเที่ยวเยอะเกินจนไม่มีเวลา up blog >< เอา highlight เลยละกันนะ เริ่มจากตอนนี้ได้ใบขับขี่มาแล้ว!!! ขอบคุณพี่เป๊กมากที่ช่วยสอนขับรถและพาไปสอบ

เที่ยวที่แรกเริ่มจาก Napa Valley ซึ่งเป็นแหล่งผลิต Wine ขนาดใหญ่และดีที่สุดใน CA ก็ว่าได้ มี Winery นับไม่ถ้วน แต่ละที่ก็จะมีจัดทัวร์เพื่อชมกระบวนการผลิต Wine สนุกดีทีเดียว นอกจากนี้ย่านนี้ยังเป็นย่าน hiso มีร้านอาหารที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดใน West Coast อีกด้วย (จานละร้อยกว่าเหรียญ... ลองนึกภาพเรื่อง Ratatouille ดู...)

From Napa Valley
From Napa Valley

รู้สึกช่วงนี้พี่ๆขึ้นบ้านใหม่กันใหญ่ มีจัด Party มากมาย ได้ไปดูบ้าน hisoๆ ของพี่ๆทั้งหลาย หุๆๆ

From Party Party

อาทิตย์ถัดมาเป็น Trip San Francisco อีกรอบ คราวนี้ไปกับ P’Trin, P’Pek และเพื่อน P’Trin ชื่อ N’Fon แต่ว่าคราวนี้หมอกเยอะไปหน่อย เลยแอบเอารูปมาแต่งเล็กน้อย :P

From San Francisco 2
From San Francisco 2 Lomo

วันถัดไปได้ไปเยี่ยมเตยที่ Berkeley เตยก็ดูสุขสบาย ลัลล้ากับพี่ๆน้องๆคนไทยที่นั่นดี 555 ก็ให้เตยพาทัวร์ (หรือเราพาเตยทัวร์นี่แหละ)

From Berkeley
From Berkeley

อาทิตย์นี้มี Company Picnic ที่สวน + ลานจอดรถของบริษัท แต่มันดูเป็นกิจกรรมครอบครัวจัด เราก็ไม่มีใครพามาด้วยสิ >< เลยเดินถ่ายรูปแล้วก็กินๆ แล้วกลับ 555 ก็ได้โอกาสถ่ายรูปที่ทำงานมาให้ดู

From Company Picnic
From Company Picnic

ต่อไป.. ยังไม่หมดซักที… ช่วงนี้พอดีกำลังเห่อโปรแกรม Adobe Lightroom 2 เลยเอามาแต่งรูปซะเยอะ หุๆ คราวนี้ไปเที่ยว Santa Cruz, Monterey, Aquarium, Big Sur ซึ่งเป็นการเที่ยวไล่ตามชายหาดลงมาบ้านล่างของ Bay Area… ที่ Santa Cruz เจ๋งดี มีสวนสนุกติดทะเลด้วย ขับผ่านมาอีกหน่อยก็เป็นที่ปลูก Strawberry แวะกินก่อนเล็กน้อย และไปที่ Monterey เมืองชายทะเลสุดสวยอีกเมืองนึง ที่สำคัญคือมี Aquarium ชื่อดังด้วย ถึงแม้จะไม่อลังการเหมือนญี่ปุ่นแต่ก็ทำได้สวยทีเดียว โดยเฉพาะ Jelly Fish.. สุดยอดดด

From Monterey
From Monterey

Trip ล่าสุดที่ไปมา เป็นช่วง Labor Day weekend เลยได้ไป Camping 2 คืนที่ Redwood National and State Parks ซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปประมาณ 7 ชม… นั่งรถกันอ้วก คราวนี้ไปกัน 6 คนเท่านั้น อิอิ อบอุ่นๆ วันแรกแวะผ่าน Avanue of Giants ซึ่งมีต้นไม้ที่รถรอดได้อยู่ จากนั้นกว่าจะไปถึงที่พัก Dal Norte SP ก็ 5 ทุ่มแล้ว… กางเต้นในความมืดกันสนุกสนาน ตื่นเช้ามาวันรุ่งขึ้นก็ถึงเวลาเที่ยวของจริงละ เริ่มจาก Stout Grove ใน Jedediah Smith SP ซึ่งเป็น Trail ชื่อดังระยะทางสั้นๆ ถึงแม้ว่าจะไม่มีต้นไม้ใหญ่ที่สุดหรือสูงที่สุดในนี้ แต่ว่ามันสวยมากๆๆ ต้นไม้ส่วนใหญ่ก็ใหญ่สะใจ เหมือนกำลังเดินอยู่กลางป่าใน Lord of the Rings

From Redwood National Park
From Redwood National Park

ออกมาขับรถผ่านทางชมวิวมากมาย แวะไปดู The Big Tree (304 feet tall and 21 feet in diameter) ผ่านทุ่ง Elk Prairie แต่เหมือนมาผิดเวลา ไม่มี Elk ออกมาเลย ~~ แต่ขับๆไปก็ได้เจอ 2 ตัวในระยะใกล้ๆ :D หลังจากผ่านป่าเขา unpaved road และขับรถลุยข้ามลำธาร ก็มาถึง Fern Canyon ซึ่งประทับใจในความสวยงามอีกแล้ว เสียดายไม่ค่อยมีเวลาถ่ายรูปมากนัก เพราะต้องรีบไป Hiking ต่อ Hiking อันนี้ค่อนข้างไกล เนื่องจากมาค่อนข้างสายเลยไม่มีเวลาเดินไปจนสุด(กลัวมืด..) กลับออกมาหาข้าวกิน ดูชายหาดแล้ว ปิ้ง Marshmallow เล่นไพ่แล้วนอน ~~

From Redwood National Park
From Redwood National Park

วัดสุดท้ายตื่นมา ลำแสงพระอาทิตย์ส่องสวยงาม วันนี้ขึ้นไป Oregon เพื่อเที่ยว Caves ซึ่งเป็น commercial cave ที่ยาวที่สุด (3.5 miles) ทัวร์อยู่ชั่วโมงครึ่งแหนะ ทัวร์ทำได้ทีเดียว เค้าพยายามพาเข้าไปและสวมบทบาทเป็นคนสำรวจถ้ำรุ่นแรกๆ ซึ่งตอนแรกเข้ามาโดยมีไม้ขีดแค่ 5 ไม้… (ไล่ตามหมาเข้ามา)

From Oregon Caves
From Oregon Caves

จบแล้ว.. ตอนนี้ก็ใกล้ฝึกงานเสร็จแล้ว เดี๋ยวคงต้องกลับไปชีวิตแห่งความจริงอีกครั้ง.. thesis รอเราอยู่

6 comments September 4th, 2008

Lake Tahoe & Obon Festival

วันนี้มีเรื่อง update 2 เรื่องหละ เรื่องแรกขอนำทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งญี่ปุ่นท่ามกลาง Bay Area… ช่วงเดือนที่ผ่านมาวัดญี่ปุ่นทั่ว US ก็ว่าได้จะมีการจัดงานที่ชื่อว่า Obon Festival (Obon お盆 or just Bon 盆 is a Japanese Buddhist custom to honor the departed spirits of one’s ancestors.) หลักๆก็คืองานวัดในแบบญี่ปุ่นนั่นเอง มีซุ้มเล่นเกม ซุ่มอาหาร ที่สำคัญคือจะมีโชว์กลอง Taiko และมี Dancing ที่รู้จักกันว่า Bon Odori

ที่แรกที่ไปคือ Japantown, San Jose มี Taiko จากหลากหลายที่มาแสดง รวมถึงจาก UCSD ด้วย!! แต่รอบที่ไปดูมาจาก UC Irvine หละ ก็เพิ่งเห็นการเล่น Taiko แบบเป็นๆครั้งแรกก็รู้สึกน่าสนุกดี (ปกติเคยแต่เล่นจากเกมของวิทย์) ร้านอาหารดูมีน้อยกว่าที่คิด (ตอนแรกหวังจะได้กินไทยากิ กับ โอโคโนมิยากิ แต่มันไม่มีอะ) ก็ผ่านๆไปไม่มีอะไรมาก ไปเข้าวัดของญี่ปุ่น ซึ่งดูแล้วทำไมเหมือนโบสถ์ใน version พระพุทธศาสนาเลยนะ หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ก็ไปวัดใน mountain view บ้าง คราวนี้มาตอนเย็น ที่นี่ถึงจะเล็กดูจัดบรรยากาศดีกว่ามาก ร้านต่างๆจัดดูเป็นญี่ปุ่นดีทีเดียว ตอนเย็นก็มีเต้น Bon Odori เราก็ไปยืนๆดู ไม่ได้ไปเต้นกะเค้าหรอก (เต้นไม่เป็นอะ 555) แล้วก็ถ่ายรูปเด็กๆในชุดกิโมโนน่ารักๆมาเต็มเลย หุๆ

Obon Festival

เอาหละ หมดไปหนึ่งเรื่อง ถัดมาคือ Lake Tahoe Camping!! เย้ๆ คราวนี้ไปกับพี่ๆที่ทำงานอยู่ใน Bay Area ทั้งหลาย ทั้งสิ้นแล้วรวมพลมาได้ 23 คน!! OHH เยอะโคตรๆ มีกลุ่มนึง (พวกผู้หญิง) แยกไปนอน Cabin ที่เหลือนอน Tent 555 สนุกดีทีเดียว ไม่ได้นอนแบบนี้มานานละ อยากบอกว่าดาวสวยโคตรๆ ตอนกลางคืนหนาวสุดชีวิตเลย ประมาณ 5 องศาได้ ต้องเอาเสื้อกันหนาวทุกตัวออกมาใส่ + ยัดตัวในถุงนอน ที่สำคัญคือมันหนาวหัวมากเลย ><

Lake Tahoe สีสวยมากๆ โดยเฉพาะตรง Emerald Bay ซึ่งว่ากันว่าน้ำออกเป็นสีเขียว (ซึ่งก็จริง) เราไป Hiking กันที่นั่น แล้ววันถัดมาก็ไปพาย Kayak กัน ปรากฏว่าลืมทาครีมกันแดดที่เท้า เท้าแทบไหม้... ที่นี่แดดแรงน่ากลัวจริงๆ ต้องใส่แว่นกันแดดตลอดเวลา ขากลับไปแวะกินร้านอาหารไทยชื่อ Da Nang แถวๆ Berkeley อร่อยสุดๆเลย ไม่น่าเชื่อ..

จริงๆแล้วช่วงหน้าหนาว Lake Tahoe จะเป็นแหล่งเล่น Ski เพราะมี Ski Resort และภูเขาอยู่รอบข้าง (จริงๆตัว Lake มันอยู่บนภูเขาหละ เอาถุงขนมขึ้นไปนี่พองเลยทีเดียวเพราะความกดอากาศ) นอกจากนี้ Lake Tahoe ยังอยู่ระหว่างเขตแดนรัฐ CA กับ Nervada ด้วยหละ ซึ่ง Nervada เป็นรัฐที่มี Casino ได้ถูกกฎหมาย ประมาณว่าข้ามเขตแดน (ถนนเส้นนึง..) ก็ประจันหน้ากับ Casino ทันที..

Lake Tahoe

อันนี้เป็นรูปจากกล้อง Nikon D80 ของพี่อุ๊ป ขอแอบเอามาโพสต์หน่อยละกัน :P

Me @ Lake Tahoe

4 comments August 10th, 2008

Life in Mountain View

ตอนนี้กำลังเขียน blog ไปด้วย teleconference ไปด้วย >< ทุกๆวันอังคารจะมี teleconference ของทีมเราเพื่อคุยกับทีมที่ india เราก็ไม่ต้องพูดอะไรมากนอกจากนั่งฟังๆ :P ตอนนี้ก็ทำงานมาเกือบ 3 อาทิตย์แล้ว ก็ยังไม่ค่อยมีอะไรมาก มีให้เขียนโปรแกรมภาษา C (แบบค่อนข้าง low level) แล้วก็ศึกษาระบบไปเรื่อยๆ

ก่อนอื่นก็ขอ post album รูปจาก stanford :D theme สีของ stanford รู้สึกแปลกๆดี (ตรงข้ามกับ UCSD เราโดยสิ้นเชิง) ดูแล้วทุกอย่างเป็นสีแดงไปหมด ><

Stanford


ตอนนี้ย้ายจาก stanford มาที่อยู่ใหม่แล้ว ตรงนี้มีหมู่บ้านของ mobile home อยู่ ที่เรียกว่า mobile home ไม่ได้แปลว่าเป็นครึ่งบ้านครึ่งรถนะ แต่ว่าเป็นเหมือนบ้านที่สร้างมาประกอบง่ายๆ อยู่กับครอบครัวคนจีนที่ใจดีมากๆ ให้ยืมจักรยานปั่นไปทำงานทุกวัน :D มาอยู่ที่นี่แล้วดีหน่อยใช้เวลาไปถึงที่ทำงานไม่ถึง 10 นาที อิอิ เดินไปหน้าปากซอยก็มีโรงหนัง ได้ดูหนังบ่อยแน่ๆเลย สิ่งน่าสนใจอีกอย่างคือ Computer History Museum แบบว่ามีโชว์ computer ย้อนหลังไปตั้งแต่เครื่องถอดรหัส, ENIAC, SAGE, IBM OS/360, IBM first PC, etc.

Computer History Museum


อาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยว San Fran หละ พี่ต้ามารับถึง Mountain View เลย SF เป็นเมืองที่หนาวทีเดียว และมีหมอกเยอะมากๆๆๆ (ช่วง summer) ช่วงก่อน 10 โมงนี่หมอกเต็มเลย ถ่ายรูปไรไม่ได้ >< แต่รู้สึกชอบเมืองมากเลย มีที่สวยงามหลายอย่าง Lombard นี่สวยมากก มีสวนขนาดใหญ่ (ยาววว) อยู่ใกล้ๆบ้านพี่ต้า ถนนที่นี่ชันน่ากลัวมาก ไปแค่ 2-3 วันยังเที่ยวได้ไม่หมดเลย วันหลังจะกลับไปใหม่ :D ขอบคุณพี่ต้ามากๆเลย มีความสุขมากๆ

San Francisco


วันก่อนเพิ่งโดน advisor เรียกตัวกลับไป SD เพราะต้องไปหา researcher คนนึง ซึ่งเป็น main sponsor ของ project ที่เรากำลังทำ ก็ต้องบินไป 1 วันแล้วบินกลับมาทำงานต่อ >< แถมต้องมี presentation ด้วย.. จะรอดมั้ยนะ

1 comment July 9th, 2008

Spring quarter 2008

1 ปีแล้วหรอ… ผ่านไป 3 quarters แล้วหรอ… เทอมนี้เป็นเทอมสำคัญมากๆ เพราะต้องลงวิชาที่จะตัดสินชีวิต ป.โทในอนาคต เริ่มจากวิชาแรก

1. Algorithm
วิชานี้ใช้ textbook เล่มเดียวกับบัวกับซันเลย ได้ยินคำล่ำลือ(คร่ำครวญ)ถึงความยากมาแต่ไกล ถึงเรื่องส่วนใหญ่จะเรียนเหมือน ป.ตรี แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเรียนเรื่องเดียวกันเท่าไหร่ รู้สึกว่าทุกอย่างต้อง proof ไปหมด การบ้านวิชานี้ถือว่ามหาโหดมาก ทำเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คนแหนะ การบ้านยากขนาดที่ว่าถ้าไม่ไป office hour เพื่อเอา hint/วิธีทำ จากอาจารย์คงไม่มีทางคิดออกแน่ๆ แล้วยังต้องทำ project อีก ซึ่งต้องไปวิเคราะห์ algorithm ที่ใช้ใน application จริงๆ ก็มั่วๆไปสิบกว่าหน้าได้ แต่ที่นี่กลัวที่สุดคง final… น่ากลัวมากๆ เพราะเป็นคะแนนถึง 50% เป็น take home exam มีเวลาทำ 1 อาทิตย์ ต้องทำทั้งหมด 3 ข้อ จาก 4 ข้อ นับว่าตัดสินชีวิตกันเลย เราก็กะจะหวังพึ่งผู้มีประสบการณ์บัวและซันซึ่งผ่าน final มาหมดแล้ว ปรากฎว่าล้มเหลว สุดท้ายก็พึ่งตัวเองกับถามเพื่อนๆ คืนก่อนส่งนั่งทำกันใน lab ถึงตี 4 (มันต้องส่ง 6 โมงเช้า - -”) และแล้ว.. น่าตกใจมาก ได้ A+ 5555

2. Communication Network
ยกให้เป็นวิชายอดเยี่ยมแห่งปี อาจารย์เก่งสุดยอด วิชานี้นับว่าทำเอาตายได้ทีเดียว ต้องมี evaluate paper ส่งก่อนเรียนทุกคาบ และยังมี pop quiz ให้ตื่นเต้นเป็นระยะๆ มี programming assignment 2 อัน มี final ตอนวันสุดท้ายที่เรียน และมี project อันแสนยิ่งใหญ่ 1 อันที่ต้องมี present ในสัปดาห์ final คราวนี้คู่ project เป็น PhD จากจีน ก็ได้เจอคนที่มีนิสัยแปลกไปอีกแบบนึง project ที่ทำเกี่ยวกับ resource allocation system ในระบบ Cellular 3G/WiFi network ซึ่งเป็น project ที่พัฒนาต่อจากรุ่นที่แล้วอีกที (อธิบายไปก็คงไม่รู้เรื่องกัน บอกแค่นี้ละกันนะ 555) ก็ได้ความรู้มากมาย ได้ไปลอง emulate network ใน cluster ของภาควิชา ไม่รู้คราวเคราะห์อะไร admin คนใหม่เพิ่งเข้ามา ทำให้ process ต่างๆช้ามากๆ กว่าจะได้ account กว่าจะ run program ได้นี่ใช้เวลามากมาย แถม server ยังมีปัญหาทำให้ไม่สามารถ run อะไรได้เลยไปอาทิตย์นึง ทำให้ต้องรีบปั่นงานกันก่อนส่ง >< แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดี สำหรับ project กลุ่มอื่นๆนับว่า hiso กันมากๆ มีกลุ่มนึงซื้อ router มาจำนวนมากเพื่อมาทำการทดลอง (แน่นอนว่าอาจารย์ออกตังให้... สงสัยว่ากี่พันเหรียญนะนั่น...)

เป้าหมายสูงสุดหลังจากจบวิชานี้คือให้อาจารย์รับไปทำ thesis ป.โทต่อ และอาจารย์ก็รับด้วย เย้ๆๆ เดี๋ยวเปิดเทอมมาก็คงได้เริ่มทำอะไรสนุกๆต่อละ เกรดวิชานี้ก็ไม่ได้ยากมาก ก็ได้ A หุๆๆ แต่ที่น่าสงสัยคือทำให้คู่ project เราได้เกรดน้อยกว่าเรานะ... ต้องเป็นเพราะ final แน่ๆเลย น่าสงสารจัง

Internship
ตอนนี้ก็มาฝึกงานที่ NetLogic ที่ Mountain View เป็นบริษัททำเกี่ยวกับ chipset ใน router รู้สึกก็ออกไปทาง hardware เยอะเหมือนกัน… แต่เราก็อยู่ทีม software อะนะ (แต่ low level หน่อย) ตอนนี้พักกับพี่ขวัญอยู่ที่ Stanford เดี๋ยววันเสาร์นี้จะย้ายไปที่ใหม่ละ ว่างๆจะเอารูปมาลง ถ่ายไว้มากมายเลย มาอยู่นี่ก็ได้เจอภาคย์ซึ่งทำ Internship อยู่ Google!! ohh hiso จริงๆ เราตกสัมภาษณ์รอบแรกหงะ… เอาเถอะ เท่าที่ทำงานมา บริษัทเราก็ ok เดี๋ยวตอนหางานจริงๆต้องเอาบริษัทดังๆให้ได้ (ต้องอาศัย advisor เข้าช่วยแล้วงานนี้)

อ่า.. อยากไปเที่ยว San Fran แล้วสิ

4 comments June 27th, 2008

Winter quarter 2008

และแล้วก็หมดไปอีก 1 quarter ถ้าเทียบกับ quarter แรกแล้วนับว่าสบายกว่านิดหน่อยเพราะว่าวิชาที่ลงเรียนจริงๆ มีแค่ 2 ตัว

1. Internet Algorithmics
เป็นวิชาที่ดีทีเดียว เป็นการประยุกต์ algorithm มาใช้ทางด้าน routing หรือพวก function ใน router ซึ่งต้องพิจารณาข้อจำกัดทางด้าน hardware ร่วมด้วย เทคนิคที่ใช้ในวิชาสามารถเอาไปประยุกต์ใช้ในด้านอื่นๆได้อีก นอกจากนี้วิชานี้มีแค่ 1 assignment กับ 1 programming project เท่านั้นซึ่งก็ก็ไม่ยากนัก (เพิ่งมารู้สัปดาห์สุดท้ายว่าไม่มี final ><) อาจารย์ก็ใจดี แจก A ซะส่วนใหญ่ 555 หนึ่งในนั้นก็เป็นเรานี่เอง อิอิ

2. Computer Security
วิชานี้สนุกโคตรๆ เป็นวิชา discuss paper ซึ่งทุกอาทิตย์ต้องอ่าน paper ประมาณ 4 papers เพื่อเตรียมไป discuss ในห้อง (จริงๆเราก็ไม่ค่อยได้ตอบหรือถามคำถามไรเท่าไหร่หรอกนะ :P) มี paper หลากหลายด้านเกี่ยวกับ security วิชานี้ทำให้เห็นอะไรเจ๋งๆมากมาย สิ่งที่ท้าทายสำหรับวิชานี้คือต้องมี term project ด้วย ซึ่งก็ได้เลือกทำ authentication by singing ที่เลือกอันนี้เพราะว่าคิดว่าจะใช้ความรู้เก่ามาช่วยทำได้บ้าง แต่ปรากฎว่าวิธีที่ใช้นี่คนละเรื่องกับที่เคยทำมาก่อนเลย - -” ก็ผ่านไปได้ด้วยดีอะนะ ต้องมานั่งเก็บเสียงร้องเพลงเพื่อนๆ สนุกดี ฮ่าๆๆ โปรเจคนี้ทำคู่กับเพื่อนอีกคน (แต่งานส่วนใหญ่เราเป็นคนทำแฮะ T__T) และก็ได้ลองหัดใช้ latex เขียนรายงานเป็นครั้งแรกด้วย (ดีที่ได้หัดใช้ไว้ก่อน เพราะมันต้องใช้ในเทอมที่กำลังเรียนนี้ด้วย…) ปิดท้ายด้วย take-home final ที่ดูจะแปลกๆซะหน่อย เพราะมีการจับเวลาทำด้วย โดยจะจับเวลาตั้งแต่เริ่ม download file ไป ถึงเวลาส่ง email ไปหาอาจารย์ (แล้วนี่จะ take-home ไปทำไมนะ ~~) แถมมีสั่งว่าห้ามใช้ search engine ด้วยหนะ เหอะๆๆ แต่เป็น final ที่สนุกดี ต้องใช้ความรู้ที่เรียนมามาแก้ปัญหาสถานการณ์ต่างๆที่อาจารย์ยกๆมาให้ (คาดว่าอาจารย์คงเอาจาก paper อื่นๆมาแน่ๆเลย) และก็ได้ A ไปอีกตัว หุๆๆ

3. TA
และแล้วก็ผ่านไปด้วยดีกับ TA วิชา Java lab.. การทำ TA เป็นอะไรที่ทำแล้วรู้สึกดี เพราะเหมือนได้ให้ความรู้ความเข้าใจคนอื่นๆ นอกจากนี้ยังได้รู้จักกับนักเรียน ป.ตรี จากสาขาต่างๆ ได้ประสบการณ์อะไรมากมาย และหลังจากดู evaluation จากนักเรียนแล้วก็รู้สึกมีความมั่นใจในภาษาตัวเองมากขึ้น เจ้าหน้าที่ที่ศูนย์ Teaching Development ก็คอยกรอกหูอยู่ทุกอาทิตย์ว่า ให้มั่นใจได้แล้วว่าภาษาอังกฤษดีพอไปสอนคนอื่นได้ hm.. จริงๆผ่านไปอีก 1 เทอมไม่รู้ภาษาอังกฤษดีขึ้นบ้างรึเปล่า แต่รู้สึกว่า writing อาจจะแย่ลง - -” (แบบว่าไปเน้นพูดกะฟังมากไปหน่อย ไม่ได้ฝึกเขียนเท่าไหร่เลย ~~) สงสัยต้องเอาภาษาอังกฤษมาทวนหน่อยละ

4. AI and Syslunch Seminar
เป็น Seminar ที่ลงไว้เพื่อเติม credit ให้ครบ ทุกอาทิตย์ก็เข้าไปนั่งฟังงานวิจัยใหม่ๆ ของด้าน AI กับ system and networking ก็รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ที่ดีมากๆคือมีเลี้ยง pizza ตลอด (เค้าถึงเรียกว่า syslunch ไง) :D

สำหรับเทอมที่กำลังเรียนนี้ (Spring 08) วิชาที่ลงแน่ๆคือ Algo กับ Network ซึ่งนับว่าเป็นวิชาหินมากๆ 2 ตัว ก็เลยคิดว่าจะไม่ลงตัวที่ 3 แต่จะไปนั่ง sit in ซึ่งเป็นวิชา sensor network ของ ป.ตรี จริงๆมันก็ไม่ยากหรอก แต่ว่ามีงานเยอะไปหน่อย ~~ อยากทุ่มเวลาให้กับวิชา network มากกว่า เพราะเป็นวิชาตัดสินชีวิต thesis ปโท ของเรา.. หน่วยกิจที่เหลือก็เอาไปลง seminar หมด เพราะไม่ได้ทำ TA แล้วเทอมนี้ :P เอาหละสู้ต่อไป!!

5 comments April 11th, 2008

San Diego with Sun and Joon

และแล้วก็ผ่านไปอีกเทอม ไว้เกรดออกแล้วค่อยมาเขียนว่าเป็นยังไงบ้าง แต่ที่แน่ๆคือเทอมหน้าหนักแน่ๆ ก่อนจะถึงเทอมหน้า ตอนนี้ก็ได้ปิด spring break เป็นเวลา 1 อาทิตย์!! นานจริงๆเลย!! weekend ที่ผ่านมามีเพื่อนมาเยี่ยมที่ San Diego ซึ่งก็คือซันนี่เอง แล้วซันก็พาน้องจูนมาด้วย ได้เที่ยวเต็มอิ่ม 2 วันเต็ม


เริ่มจากวันแรกไปเที่ยว Downtown ซึ่งก็เดินไล่ตั้งแต่ Convention Center เรียบชายหาดไปเรื่อยๆ ผ่าน Seaport Villege และก็ผ่าน USS Midway ซึ่งเป็น Aircraft Carrier ขนาดใหญ่ เดินต่อไปจนถึงท่าเรือที่มีเรือ Star of India อยู่ เนื่องจากเคยไปมาแล้วรอบนึงเลยพาเดินได้ไม่มีปัญหา แต่จากนี้คือต้องขึ้นเรือไป Coronado Island ซึ่งยังไม่เคยไปมาก่อน Coronado Island เป็นเกาะไม่ใหญ่มาก สามารถนั่ง Ferry จาก downtown ไปได้ในเวลา 15 นาที ราคาไปกลับก็คนละ $6 เกาะนี้เป็นที่ๆเหมาะแก่การขี่จักรยานมาก สามารถเอาขึ้น Ferry ไปเองได้ด้วย หรือจะไปเช่าที่เกาะก็ได้ แต่พวกเราได้เช่ารถ Surrey ซึ่งสามารถนั่งได้ 3 คน โดยมีคนช่วยกันปั่น 2 คน แต่ว่าไอรถนี้ดันไม่สามารถข้ามไปถึงฝั่งชายหาดดังๆได้ เพราะว่ามันขึ้นเนินไม่ไหว >< จักรยานที่นี่ก็ดูใหญ่จัง ขาไม่ถึงแน่เลย มาคราวหลังคงต้องหาวิธีไป Beach อีกฝั่งให้ได้ เพราะว่า Beach ที่นี่นับว่าดังมากๆทีเดียว ก็ปั่นๆเล่นแถวๆที่ลงเรือมา จากนั้นก็ไป Old Town ต่อ

Old Town นั้นเรียกได้ว่าเป็น Birthplace of California เลยทีเดียว มี historical sites มากมาย ในเมืองก็ทำบรรยากาศให้ดูเหมือนยุคเก่าๆ และครึกครื้นดีทีเดียว จริงๆอยากอยู่หาข้าวกินที่นี่ ดูบรรยากาศตอนกลางคืนเหมือนกัน เอาไว้คราวหน้าละกัน

ต่อจากนั้นก็ไป Pacific Beach เพื่อดูพระอาทิตย์ตก นับว่าเป็น Beach มีบรรยากาศดีมากดีเดียว มีที่พักอันนึงทำเป็นเหมือน Pier ยื่นออกไปในทะเล และบน Pier ก็จะมีเป็นบ้านพักอยู่หลายๆหลัง รอบๆ Beach ก็มีร้านต่างๆมากมาย ก็แวะกินไอติม Cold Stone ที่อยากกินมานานแต่ไม่ได้กินซักที อร่อยจังเลย ><

Album รูปวันแรก :

Downtown - Old Town - Pacific Beach


หมดแล้ว 1 วัน วันต่อไปก็พาซันกับจูนเดินเที่ยวใน U แล้วก็ไป Balboa Park กันต่อ สวนนี้อยู่ใน Downtown ติดกับ Zoo เลย เป็นสวนที่สวยมากๆ ในวันอาทิตย์จะมีโชว์เล่น outdoor organ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย ที่ชอบอีกอย่างคือที่สวนนี้จะมีจัดเป็นบ้านๆของประเทศต่างๆ ข้างในก็จะตกแต่งเป็น style ประเทศนั้นๆ + มีของกินและขนมทำแจกให้ชิมฟรีด้วย (จริงๆควรจะ donate เค้าแหละ :P) นอกจากนี้มันจะมีที่ๆเรียกว่า dog off-leash park เป็นที่ๆให้คนพาหมามา แล้วก็ปล่อยให้มันยิ่งเล่นได้ตามใจชอบ ก็ไปนั่งดูหมาวิ่งไปวิ่งมา ได้พักผ่อนเพลินๆดี เดินเล่นถ่ายรูปกันจนถึงเย็นก็ต้องกลับซะแล้ว

Album รูปวันที่สอง :

UCSD - Balboa Park - Solana Beach


เราอยู่ที่นี่ก็รู้สึกเหงาๆเหมือนกัน ได้มีโอกาสเจอและไปเที่ยวกับเพื่อนเก่าก็รู้สึกดี ไว้ว่างๆจะไปเที่ยว LA บ้างนะ อิอิ

7 comments March 27th, 2008

ชีวิตใน Winter quarter 2008

รักแห่งสยาม
ในที่สุดหลังจากอ่านกระแสในเวบบอร์ดมานานก็เพิ่งได้โหลดเรื่องเรื่องรักแห่งสยามมาดู ดูจบแล้วทำให้ดูแล้วรู้สึกเหงาและสงสารตัวละครหลายๆตัว นับว่าเป็นหนังที่ดีมากๆ สามารถสะท้อนสังคมได้อย่างดีทีเดียว ตัวละครหลักทุกตัวมีบทบาทที่สำคัญและสามารถทำให้เข้าถึงอารมณ์ได้อย่างดี สิ่งที่ชอบที่สุดคือหนังเรื่องนี้ได้ถ่ายทอดความรักออกมาหลายรูปแบบ ทั้งความรักของครอบครัว ความรักของเพื่อน ความรักของคนรัก ฯลฯ ใครยังไม่ได้ดูแนะนำให้ไปหามาดูซะ (เพลงเรื่องนี้เพราะมากๆด้วย)

TA
เทอมนี้ได้ทำ TA วิชา Java ก็รู้สึกสนุกดี ถึงแม้บางทีงานอาจจะหนักเล็กน้อย ต้องปวดหัวกับการตรวจการบ้านและ quiz นักเรียนทุกอาทิตย์ และยังต้องช่วยทำการบ้านอีก ไอการช่วยเนี่ย จะบอกคำตอบตรงๆไปก็ไม่ได้ ต้องพยายามแนะนำหรือให้ hint ไปเรื่อยๆ ทำเอาเหนื่อยทีเดียว ภาษาก็จะใช่ว่าจะแข็งแรงมากนัก >< แต่ก็ดีใจที่ยังพอมีนักเรียนที่มาถามเป็นขาประจำบ้างอะนะ

Internship interviews
ช่วงนี้นอกจากเรื่องเรียนแล้วก็มีเรื่องต้องหาที่ฝึกงานซัมเมอร์นี้ 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาเพิ่งผ่านมรสุมสัมภาษณ์งานมา 3 บริษัท รวมแล้วประมาณ 5 ครั้งได้ มีทั้งแบบผ่านโทรศัพท์และเจอกันตัวๆ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือผ่านทางโทรศัทพ์นี้แหละ บริษัทนึงให้เขียน code ภาษา C ผ่านทางโทรศัพท์ซะด้วย น่ากลัวจริงๆ คนสัมภาษณ์ก็เป็นคนอินเดีย ฟังก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แต่ปัญหาสำคัญที่สุดคือต้องอธิบายอธิบายความคิดของเรา + อธิบาย code ที่เราเขียนออกไปทางโทรศัพท์นี่สิ นับว่าเป็นเรื่องยากมากๆ เพราะถ้าคิดเป็นภาษาอังกฤษแล้วพูดออกไปเรื่อยๆมันทำไม่ได้อะ มันคิดไม่ออก ก็ต้องคิดเป็นภาษาไทยอะนะ T__T แล้วก็จะอ้ำๆอึ้งๆพูดไม่ค่อยออก ตามหลักแล้วเค้าจะต้องให้ think out loud เพื่อเค้าจะได้รู้ process การคิดของเรา

ไม่อยากบอกชื่อบริษัท + คำถามที่โดนถามเท่าไหร่ มันไม่เหมาะสม 555 ที่สัมภาษณ์ไปทั้งหมด มี 2 บริษัทที่ทำได้ค่อนข้างดี เพราะคำถามไม่ยากเกินไป + เตรียมตัวมาถูกทาง ตอนนี้ก็ได้ offer จากบริษัทนึงแล้ว อีกที่นึงก็คิดว่าน่าจะได้ ส่วนบริษัทดังที่สุดในขณะนี้และอยากทำมากๆ ก็กำลังรอผลอยู่ แต่คิดว่าคงไม่ได้ เพราะเป็นที่สัมภาษณ์ที่แรกเลยรู้สึกตื่นเต้นและตอบไม่ค่อยจะได้เท่าไหร่ T__T (ไอที่ให้เขียน code ภาษา C หนะแหละ) ยังไงตอนนี้ก็เหลือที่ต้องสมัครอีกหลายบริษัทเลย พยายามต่อไป!!! summer นี้สนุกแน่ๆ หึๆๆ

4 comments February 18th, 2008

ทรงผมใหม่แบบเมกัน

สำหรับ blog ที่ไปเที่ยวนี่ขอติดไว้ก่อนละกันนะ วันนี้ีมีเรื่องน่าตื่นเต้นกว่า หลังจากนั่งๆนอนๆคิดอยู่หลายวัน วันนี้ก็ตัดสินใจยอมเสี่ยงชีวิตไปตัดผมที่ของคนเมกัน จริงๆแล้วที่ตัดผมนี่มีหลายทางเลือกมาก เช่นร้านคนลาวหรือคนจีนซึ่งราคาถูกกว่า แต่ไหนๆก็มาที่นี่แล้ว ก็อยากรู้ว่าหน้าแบบไทยๆนี่ ถ้าเอาทรงผมวัยรุ่นเมกันใส่ลงไปจะออกมาเป็นยังไง ร้านที่ไปตัดชื่อว่า Supercuts ซึ่งเ็ป็นร้านสุดดังมีสาขาอยู่เต็มไปหมด นักเรียน UCSD ได้ส่วนลด $2 ด้วย ร้านนี่มีรุ่นพี่เคยไปตัดแล้วบางคนก็ออกมา ok บางคนก็ออกมาแปลกๆ เลยแอบตื่นเต้นเล็กน้อย แต่จากรูปหน้าตัวเองแล้วคิวด่าคงไม่น่าจะออกมาเลวร้ายนัก.. ผลออกมาเป็นยังไงก็ลองเข้าไปดูใน album ได้ 555 hm.. ก็ออกมาเหมือนวันรุ่นเมกันดี ~~

American-style Haircut


หลังลดราคาแล้วเหลือ $16.95 และให้ tips อีก $3 ซึ่งก็ค่อนข้างแพงทีเดียว ถ้าไปตัดร้านคนลาวหรือจีนอาจจะต่ำกว่า $10 ได้ (แต่ใช่ว่าจะออกมาดีนะ 555)

12 comments January 14th, 2008

1 Quarter ที่ผ่านไป

ผ่านไปแล้ว 1 quarter กับ UCSD… ตลอด 4 เดือนที่มาอยู่ที่นี่ก็ได้พบอุปสรรคและความท้อแท้มากมาย แต่ก็ยังมีสิ่งดีๆเข้ามาเพื่อให้ก้าวเดินต่อไปจนผ่านไปได้ในที่สุด เริ่มจากมาถึงวันแรกที่รู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นคนไร้หนทางและที่อยู่ แต่ก็มี host family ช่วยเหลือจนสามารถเข้าตั้งรกรากอยู่อย่างลงตัวได้ ปัญหาถัดคือด้านการเรียนและการเข้าสังคม ที่ดูจะทำให้ปัญหาด้านความเป็นอยู่กลายเป็นเรื่องกระจอกๆไปเลย ที่นี่เรียนหนักสุดๆ แถมต้องมีการอ่าน paper เพื่อ discuss กันในห้องซึ่งต้องใช้ skill ภาษาอังกฤษอย่างมากมาย ไปถึงแรกๆก็ทำให้ท้อแท้ได้ง่ายๆเลยทีเดียว สำหรับเรื่องเพื่อนแล้ว คนเอเชียด้วยกันดูจะสามารถเข้ากับเราได้มากที่สุด พวกฝรั่งบางทีเค้าก็ไม่ค่อยสนคนเอเชียเท่าไหร่ แต่ก็มีโอกาสได้เจอฝรั่งที่ดีๆหลายๆคน คนเมกันดีตรงที่มักจะพูดอะไรกันออกมาตรงๆ ไม่ค่อยเหมือนคนไทย

สำหรับวิชาเรียนเทอมที่ผ่านมามี 5 ตัว คือ
1. Operating System
วิชานี้ต่างจาก ป.ตรี โดยสิ้นเชิง เป็นวิชาบังคับที่ดูจะโหดที่สุด เนื่องจากต้องอ่าน paper อาทิตย์ละ 4 อัน (อันนึงใช้เวลา 3-4 ชม เป็นอย่างต่ำ) อ่านแล้วต้องเตรียมตัวเพื่อไป discuss กันในห้องด้วย ระบบการเรียนวิชานี้ตื่นเต้นดี อาจารย์จะมีการ์ดที่เขียนชื่อของทุกคนไว้ แล้วจะสุ่มหยิบเพื่อถามคำถาม + ให้คะแนน นอกจาก paper แล้วยังมีการบ้านสุดแสนยาก รวมทั้ง project สุดโหดด้วย project วิชานี้ต้องเขียนโปรแกรมเพื่อ benchmark OS ที่เราชอบ (เพื่อความง่ายก็ต้องเลือกพวก Unix/Linux หละนะ) เรื่องน่าหนักใจมากๆก็คือต้องเขียน C บน Linux ซึ่งไม่ค่อยจะถนัดเท่าใดนัก ในตอนแรกกะจะทำคนเดียวเนื่องจากหาคู่ด้วยไม่ได้ T__T วิชานี้เป็นวิชาสุดโหดที่ไม่ค่อยมีนักเรียนใหม่ลงนัก เลยหาคนรู้จักด้วยไม่ค่อยได้เลย และทุกคนที่เรียนก็ดูจะมีกลุ่มอยู่แล้ว แต่ในที่สุดก็ได้คู่กับผู้หญิงจากอินเดียคนนึง ก็เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมงานกับนักเรียนต่างชาติ หลังจากทำงานด้วยกันดูแล้วก็พบว่าคนต่างชาติก็ใช่ว่าจะเก่ง + ขยันกันเท่ากับเพื่อนๆเรา 555 วิชานี้เป็นวิชาที่ต้องตั้งใจมาก เนื่องจาก prof คนนี้มีงานวิจัยเกี่ยวกับ network ที่น่าสนใจเยอะมาก ทำให้อยากทำ thesis กะเค้าพอสมควร สุดท้ายแล้วก็ได้ A วิชานี้มาหละนะ (ได้มาได้ไงไม่รู้ project ก็ทำไม่สมบูรณ์ การบ้านกับ final ก็มั่วแหลก ><)

2. Computer Networks
เป็นหนึ่งในวิชาของ network concentration วิชานี้จะเรียนเกี่ยวกับ layer ด้านล่างตั้งแต่ physical ถึง TCP จริงๆแล้วจะมีอีกวิชาคู่กัน โดยจะเรียน Layer ด้านบนคือ TCP ถึงพวก internet services ต่างๆ ซึ่งน่าสนใจมากๆ แต่ว่ารับปริมาณงานไม่ไหวเลยเลือกวิชานี้ไปก่อน วิชานี้เป็น undergrad courses ทำให้เรียนได้อย่างสบายๆ อาจารย์ nice มากๆ และในที่สุดก็ได้ A+ มา อิอิ (แต่ข้อสอบวิชานี้มันก็ไม่ง่ายนัก.. เพราะอาจารย์ชอบเอา protocol แปลกๆที่ไม่เคยเรียนมาออกข้อสอบ)

3. Computer Architecture
กลับมาอีกครั้งกับวิชา Com Arch ครึ่งแรกของเทอมจะเรียนคล้ายๆตอน ป.ตรี แต่ครึ่งหลังเรียนอารายก็ไม่รู้ งงเป็นที่สุด วิชานี้มีการบ้านและ project นับไม่ถ้วน project หลักๆก็มีให้เขียน cache simulator กับ prefetcher ซึ่งมีการแข่งขันกันด้วย ถ้าใครเขียน prefetcher ได้เจ๋งที่สุดจะได้รางวัลไป นับว่าเป็นวิชาที่สนุกทีเดียว แต่เนื่องจากต้องแบ่งเวลาจำนวนมากไปกับวิชา OS ทำให้ไม่มีเวลาอ่านหนังสือวิชานี้มากนัก เลยได้ A- มาเลย T___T

4. Teaching Methods
วิชานี้ไม่เอาเกรด เป็นวิชาบังคับของทุกคนที่จะเป็น TA ก็เรียนเกี่ยวกับ skill ต่างๆของ TA นั่นเอง ที่น่าสนุกก็คือจะมีการจำลอง class ให้ทุกคนได้สอนครั้งนึง (หรือ lesson practicing) ก็เป็นครั้งแรกที่ต้องไป present หรือพูดหน้าห้องเป็นภาษาอังกฤษ ต้องขอบคุณ อ.แอน มากๆสำหรับ powerpoint time series นะครับ ทำให้กระผมผ่านพ้นการ present มาได้ด้วยดี

5. Faculty Research Seminar
เป็นวิชาไม่เอาเกรดอีกแล้ว วิชานี้มีจุดประสงค์เพื่อให้นักเรียนใหม่ได้รู้ว่าในคณะมีอาจารย์อะไร ทำ research เรื่องอะไรบ้าง ทุกอาทิตย์ก็จะมีอาจารย์ในภาควิชามา present research ของตนเอง

สรุปแล้วเทอมนี้ได้ GPA 3.90 (เพราะ A+ มันคือ 4.0 เหมือน A อะ แย่จัง) ก็ ok แหละ สำหรับการเรียนรูปแบบใหม่ที่ไม่คุ้นเคย รวมทั้งมีปัญหาด้านภาษาอีก หลายทีมากๆที่เวลาทำข้อสอบไม่สามารถเขียนตอบได้ดั่งใจเพราะภาษาอังกฤษ ไม่ก็สามารถเขียนได้ช้ามากๆ ทำให้เสียเปรียบคนอื่นอยู่พอสมควรเลย มาเรียนผ่านไป 1 เทอมไม่รู้ว่าภาษาดีขึ้นแค่ไหน สำหรับ listening/reading/speaking คงจะดีขึ้นบ้าง แต่ writing นี่แอบไม่แน่ใจเพราะไม่ได้ทบทวนเลย T__T เอาหละต้องพยายามสู้ต่อไป

ตอนนี้ก็ไปเที่ยว NYC กับ DC กลับมาแล้ว มีรูปจำนวนมหาศาลมาก คงต้องใช้เวลาซะพักในการเรียบเรียงและเขียน blog ~~ นี่ก็เหลืออีก 2-3 วันก็จะเปิดเทอมใหม่แล้ว เทอมนี้จะได้เป็น TA ด้วย ซึ่งกว่าจะเป็น TA ได้ก็ต้องไปทดสอบภาษาอังกฤษก่อน (เป็นการ interview หนะ ว่าเราพูดภาษาได้ดีแค่ไหน) ผลปรากฎว่าก็สอบผ่านแบบมีเงื่อนไข คือต้องไป take course ภาษากับศูนย์ที่รับผิดชอบเกี่ยวกับ TA ซึ่งก็ดีมาก เพราะจะได้ฝึกภาษาไปด้วยอีกทางแบบฟรีๆ เอาหละสู้ต่อไปปีใหม่และเพื่ออนาคตอันสดใส

~~ Happy New Year 2008 ~~

9 comments January 6th, 2008

Thanksgiving

ช่วงนี้มี final exam รุมเร้ามากมาย แถมยังมี project ต้องส่งอีก แทบไม่มีเวลาขยับตัวเลย (แต่ก็ยังมาเีขียน blog อีกหนะ) วันนี้สอบวิชาที่คิดว่าน่าจะยากที่สุดไปแล้ว เป็นวิชาที่ต้องอ่านทวน paper 30 papers ที่เรียนมาทั้งเทอม เพื่อทำข้อสอบ 5 ข้อ… เดาใจอาจารย์ไม่ถูกเลย แต่ก็ผ่านไปแล้ว ช่างมันเถอะนะ ยังเหลืออีกหลายวิชาที่ต้องสู้ต่อไป

ช่วง Thanksgiving ที่ผ่านมา (Nov 22-25) เป็นธรรมเนียมของฝรั่งที่ต้องมี dinner ไก่งวงกัน แน่นอนว่าเราก็ไปบ้าน host family นั่นเอง :D อิอิ Thanksgiving dinner เหมือนเป็นมื้อที่รวมครอบครัว คราวนี้ก็มีญาติๆของ host family มา join ด้วยเหมือนกัน เพิ่มรู้มาว่านอกจาก roasted turkey ยังมีวิธีเอาไก่ง่วงไปทำอีกหลายๆแบบ เช่น deep-fried turkey และ turduken ที่เอาเป็ดทั้งตัวยัดเข้าไปในไก่งวง…(หึๆๆ มันยัดเข้าจริงหรอเนี่ย) เอาเถอะ กลับมาตาม tradition ดีกว่า นอกจาก roasted turkey ก็ต้องมี gravy และี cranberry source สำหรับเครื่องเคียงที่กินด้วยกันก็จะมี stuffing ที่ทำจาก corn bread ใส่กับอะไรหลายๆอย่าง แล้วก็มี mashed potatoes, turnip, sweet potatoes, creamed onions และปิดท้ายด้วย pumpkin pie นับว่าวันนี้ครบสูตรจริงๆ ขอบคุณ Nick and Ann มากๆเลยคับ ระหว่างกินจะมีสลับกันพูด prayer ที่ Nick print มาจาก Internet ด้วย วันนี้กลับจากบ้าน host ไ้ด้หนังสือนิทานประวัติของวัน thanksgiving ติดมือมาด้วย ไว้ว่างๆจะลองอ่านดู อิอิ

เรื่องของ Thanksgiving ไม่ได้หมดแค่นี้ เพราะช่วงนี้นับว่าเป็น mega sale ที่ใหญ่ที่สุดของปีเลยทีเดียว หลังจากเสร็จ Thanksgiving dinner ก็ได้ไป shopping ต่อเลย คราวนี้ได้มีโอกาสติดรถคนไทยไป outlet ตอนเที่่ยงคืน (ก็เค้าเริ่มเปิด sale กันตอนนั้น) outlet อันนี้เป็น premium outlet (ของ brandname เยอะหนะ) อยู่ทางเหนือของ San Diego ไปถึงหลังเที่ยงคืนนิดนึงพบว่าการหาที่จอดรถดูจะแทบเป็นไปไม่ได้… ไม่น่าเชื่อว่าทุกคนจะเห่อซื้อของกันขนาดนี้ แต่ก็โชคดีได้ที่จอดรถจนได้อะนะ ไปเดินๆพบว่าหลายๆร้านมีคิวยาวมากๆ ยากต่อการเข้าไปแย่งซื้อ T__T แต่ในที่สุดก็เข้าไปในร้าน Adidas ได้รองเท้ามาหนึ่งคู่หละนะ จริงๆคิดว่าถ้ามาตอน 6 โมงเช้าคนคงจะไม่เยอะขนาดนี้หรอก พอดีมันเพิ่งเปิดคนเลยบ้ามาซื้อกัน (ดูรูปบรรยากาศเล็กๆน้อยๆใน album ได้)

Thanksgiving


หมดเรื่อง Thanksgiving แล้ว ก็ได้ประสบการณ์ได้เห็นอะไรแปลกๆใหม่ๆเยอะดี ทีนี้ก็เข้ามาถึงช่วง Christmas แล้วหละนะ งานแรกเลยคือ Christmas Concert ของ Church ที่ Host family เข้าอยู่ โดยทางโบสถ์ได้ไปจ้างวง Orchestra ของ San Diego เพื่อมาเล่นกับ Choir ของทางโบสถ์ นับว่าเป็นงานที่สนุกมากๆเลย ได้ฟังเพลง Christmas เต็มรูปแบบก็คราวนี้แหละ อยากให้ถึง Christmas เร็วๆแ้ล้วสิ…

Christmas Concert


3 comments December 7th, 2007

Previous Posts


Interesting Album

Recent Posts

Categories

Archives

Sponsors