Sunday, November 29, 2009

Fall 09 in Seattle

วันสุดท้ายของ Thanksgiving weekend...เพิ่งปั่น paper เสร็จ... เลยไม่ได้ไปเที่ยวไหนเลย เหอะๆ ปีนี้รู้สึกหมดเงินไปมากมายกับ sale ทั้งหลาย (online ซะส่วนใหญ่) ถ้าซื้อกล้องด้วยคงหมดอีกพันนึง... ปีนี้รู้สึกแตกต่างจากปีที่ผ่านมาๆ ไม่เกี่ยวกับ sale หรอกนะ แต่รู้สึกคิดถึงบรรยากาศดีๆกับ Host Family และ Turkey Thanksgiving dinner แต่ว่าอย่างน้อยปีนี้ก็ได้กินข้าวกับเพื่อนใหม่ใน Seattle ถึงจะไม่ใช่ไก่ง่วงก็เถอะ พอผ่านอาทิตย์นี้ไปก็คงเข้าช่วงเทศกาลอย่างแท้จริงแล้ว ที่ Seattle downtown ก็เพิ่งมีการเปิดไฟต้นคริสมาสต์ไป หวังว่าปีนี้จะได้เจออะไรประทับใจในช่วงนี้เหมือนในปีที่ผ่านๆมา


เข้าเรื่องดีกว่า นี่ก็ทำงานมาได้ 2 เดือนแล้ว จะว่าไปทุกอย่างก็ผ่านไปได้เรียบร้อยดี แต่ทำไม 2 เดือนแล้วยังมึนๆงงๆเหมือนทำไรไม่เป็นเลยนะ 555 ทีมที่เราอยู่ชื่อว่า Search Experience นับเป็นทีมที่มีผลกระทบต่อการเงินของ Amazon อย่างสูง ทำอะไรพลาดไปคงเสียหลายไปหลายล้าน ถ้าทำอะไรดีก็ได้หลายล้านเหมือนกัน ทีมเราทำค่อนข้างออกไปทาง front end ของเวบ ซึ่งก็เกี่ยวกับการแสดงผล search สินค้าทั้งหมดนั่นเอง ไม่เคยคิดว่าระบบจะซับซ้อนได้ถึงขนาดนี้ คงพูดไรมากไม่ได้ เดี๋ยวจะโดนไล่ออก ใครอยากรู้ไรเพิ่มมาคุยกันนอกรอบ (หรือใครอยากได้ส่วนลด amazon ก็ลองกระซิบมาได้) แต่สรุปโดยรวมแล้วรู้สึกรักและชอบงาน รวมทั้งเพื่อนร่วมงานอย่างมาก ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมาได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆมากมาย ได้ทำ project สนุกๆ และยากสะใจ ถึงคิวเรา on-call เมื่อไหร่คงจะสนุกไม่น้อยเลย หึๆ

สำหรับเมือง Seattle นั้นก็หนาวสุดยอดอย่างที่คาดไว้ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงขนาดที่มา Interview ปีที่แล้ว จะได้เห็นหิมะตกมั้ยนะปีนี้ ที่นี่พอเข้าหน้าหนาวแล้วมืดตลอดทั้งวันและฝนตกเกือบทุกวัน วันไหนแดดออกนี่อยากจะออกไปเดินเล่นตากแดดเลยทีเดียว ช่างต่างกับ San Diego เหลือเกิน แต่ Seattle เป็นเมืองที่เขียวและสดชื่นมากๆ ต่างกับ San Diego ที่ออกจะดูเป็นทะเลทราย มันก็ดีกันคนละอย่างหละนะ แต่ที่นี่ไม่ค่อยมีพวกสวนสนุกเหมือนใน California จะเน้นดูธรรมชาติซะส่วนใหญ่ มี Canada อยู่ใกล้ชิด แต่ยังไปไม่ได้เพราะต้องกลับไทยไปทำ visa ก่อน... ตอนนี้ชีวิตก็เริ่มลงตัว รู้สึกอยากได้รถจะได้ขับออกไปพบปะทำความรู้จักชาวบ้านมากขึ้น

ปีหน้าเดือนเมษามี plan แวะญี่ปุ่นและไทย เนื่องจากต้องไป present paper ที่ญี่ปุ่นเลยถือโอกาสกลับไทยด้วยซะเลย จะได้ไปพบเจอเพื่อนๆพ่อแม่พี่น้องซะที แล้วเจอกัน :)

Read more...

Wednesday, September 30, 2009

The Last Week in San Diego

ในที่สุดก็ถึงอาทิตย์สุดท้ายก่อนต้องบินไป Seattle ก็เป็นช่วงเวลาเก็บตกสถานที่ท่องเที่ยวทั้งหลาย ช่วง summer จริงๆควรจะเป็นช่วงเวลาท่องเที่ยว hiking แต่ปีนี้ต้องเอาแต่ปั่น thesis น่าเศร้าจริงๆ ไปๆมาๆรู้สึกว่าช่วงที่เที่ยว San Diego เยอะที่สุดคือช่วงมาถึงใหม่ๆ กับตอนกำลังจะไปนี่แหละ

ในช่วง summer ที่ Zoo กับ Wild Animal Park จะมีขยายช่วงเวลาเปิดถึงตอนกลางคืน พร้อมมีโชว์ใหม่ๆตอนมืดด้วย ช่วงนี้อากาศร้อนจัด เลยไปถึงที่ Zoo ประมาณ 4 โมง แล้วก็เดินแหลกๆๆ ระยะทางภายใน Zoo นี่ไม่ต่ำกว่า 5 miles แถมเดินแล้วชอบหลงอีกต่างหาก คราวนี้ Zoo รู้สึกดีกว่าที่เคยไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพราะสัตว์ต่างๆดู Active มากขึ้น ไม่ได้เข้าไปนอนหลบแดดอยู่แต่ในถ้ำ เลยมีโอกาสถ่ายรูปดีๆได้เยอะเลย คราวนี้เน้นถ่าย zoom เพื่อให้เห็นสัตว์ตัวเต็มๆ :D

โชว์ที่ประทับใจที่สุดคือ SOAR เป็นโชว์นกกับแสงสีเสียงตอนกลางคืน เป็นโชว์ที่พยายามร่วมด้วยช่วยอนุรักษ์นกต่างๆ ตอนท้ายจบลงด้วยให้บริจาคโดยยื่น $ ไปที่นกแล้วมันจะจับยัดลงกล่องให้ (ดูในวีดีโออันสุดท้าย) นับเป็นวิธีที่ฉลากมาก เพราะเราก็จะได้เล่นกับนกไปในตัว 555 เราบริจาคไป $5 แล้วก็ได้ wristband มาอันนึง :)


เป็น Aquarium ของ UCSD นั่นเอง.. อยู่ใกล้เกินไปเลยยังไม่เคยมาซักที... มันเป็น aquarium ที่เล็กที่สุดตั้งแต่เคยไปมา แต่เป็นอันที่ได้ความรู้เยอะที่สุด... เด็กเยอะโคตรๆ


สวนสนุกที่ใฝ่ฝันจะมา แต่ไม่สามารถหาใครที่อยากมาด้วยได้... ในที่สุดวันนี้ก็ตั้งหน้าตั้งตานั่งรถเมล์มาเองจนได้ ตอนนี้ก็เลยช่วง summer season ของมันแล้ว เลยอดดูพลุตอนกลางคืนเลย แต่ก็แลกมาด้วยกับการที่สวนสนุกโล่งมาก เล่นอะไรได้ตามใจฝัน แทบไม่มีคิวซักอย่าง ที่ประทับใจที่สุดคงจะเป็น detail ต่างๆของทั้ง theme park ที่มี LEGO ตกแต่งอยู่ตามจุดต่างๆมากมาย และที่สุดยอดมากๆคือ Miniland ซึ่งจำลองเมืองต่างๆใน US ด้วย LEGO ทั้งหมด

ที่น่าตกใจสำหรับ trip นี้คือ ไปเจอคนรู้จักโดยบังเอิญ ต่อคิวรออยู่ข้างๆกัน!! ซึ่งก็คือ Kate นั่นเอง เป็น host family อีกคนนึง เค้ามากับหลาน(?)ชื่อ Elie ซึ่งสองคนนี้ทำให้เราพบว่าการมา Legoland กับเด็กที่บ้า LEGO นั้น ช่างเป็นความสนุกสุดยอดจริงๆ เครื่องเล่นทุกอย่างดูสนุกขึ้นหลายเท่าตัว แถมได้เล่นอะไรที่คงไม่ได้มีโอกาสเล่นถ้ามากับเพื่อนรุ่นเดียวกัน เช่น ต่อรถ LEGO แล้วเอาไปวิ่งแข่งกัน หรือการหยุดในทุกๆที่ที่มีขายอาวุธของเล่นและหยิบมาฟันเล่นกัน สองคนนึ้นับว่าเป็น Expert ของ Legoland จริงๆ รู้ตื้นลึกหนาบาง ความเป็นมาหลายๆอย่างมากมาย ทำให้ trip Legoland ของเราช่างน่าจดจำจริงๆ จบวันได้ของฝาก LEGO จาก Kate มา 2-3 ชิ้นแหนะ ขอบคุณมากๆเลย


เรือบรรทุกเครื่องบินที่เปิดเป็น museum จอดอยู่ที่ pier ใน downtown ซึ่งเดินผ่านหลายรอบแล้ว แต่ไม่มีใครอยากขึ้นไปดูกะเราซักที ไปแอบสืบจากเพื่อนมาว่าถ้าจะขึ้นไปดูต้องเตรียมเวลาเอาไว้ซัก 5 ชั่วโมง ทำให้เรารู้สึก shock เล็กน้อยว่าบนเรือมันมีไรมากขนาดนั้น จริงๆที่อยากขึ้นไปดูนั้นไม่ได้อยากดูเครื่องบินรบไรมากมายหรอก แต่อยากดูความอลังการของเรือ และอยากรู้ว่าคนบนเรือเค้าใช้ชีวิตกันยังไง museum บนเรือนับว่าทำได้ดีมากๆทีเดียว ดูได้ตั้งแต่ห้องเครื่องยนต์ ห้องเก็บสมอเรือ ห้องควบคุม etc. บนเรือพบว่าชีวิตความเป็นอยู่ของพวก rank ต่ำๆนี่ช่างน่าเศร้าจริงๆ ที่นอนนี่ไม่ต้องคิดจะพลิกตัวเลย โดยเฉพาะถ้าไปเทียบกับพวก admiral หรืออย่าง caption ที่มีกุ๊กส่วนตัวด้วย! บนเรือเปรียบเสมือนเป็นเมืองเล็กๆทีเดียว มีโบสถ์ ห้องซักผ้ารีดผ้า ห้องพยาบาล ไปรษณีย์ โรงอาหาร คุก! หน้าที่ที่ดูจะน่าสงสารที่สุดคงจะเป็นพวกซักผ้าอบผ้านี้แหละ ทั้งร้อนทั้งชื้น แถมมีโอกาสถูกสับตลอดเวลาจากพวก rank สูงๆถ้าทำอะไรชุ่ยๆไป สรุปแล้วใช้เวลาไปทั้งหมด 3 ชม (แบบว่า skip audio tour พวกเครื่องบินรบไปซะเยอะ) นับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกทีเดียวที่ได้มาดูก่อนจะจากไป


ในที่สุด.. จริงๆจัด trip จะมากับเพื่อนๆ แต่ดันล่ม เลยได้มาคนเดียวเลย >< เนื่องจากเป็นโอกาสสุดท้ายต้องใช้ให้คุ้ม ลุยตั้งแต่เปิดตอน 9am ถึงปิดตอน 9pm เต็มอิ่มมากๆ เนื่องจากเคยมีคนบอกว่ามันไม่ได้ดีมากเลยไม่ได้คาดหวังไรมาก แต่หลังจากจบวันพบว่าเราอยากจะซื้อตั๋วปีแล้วมามันทุกอาทิตย์เลย

คราวนี้ทำการบ้านมาอย่างดี เริ่มจากวิ่งตรงไปที่ให้อาหารปลาโลมา ช่วงเช้าไม่ค่อยมีคนและปลาโลมากำลัง active อยากเล่นด้วย มีโอกาสได้สัมผัสปลาโลมาเต็มที่ พวกนี้น่ากลัวทีเดียว บางทีโดนสาดน้ำใส่โดยไม่รู้ตัว 555 เราไม่ได้ให้อาหารเองเพราะมันแพง เลยไปถ่ายรูปคนอื่นให้อาหารแทน :P หลังจากนั้นก็ตรงไปสัมผัสปลากระเบน(มัน slimy มากเลย...) แล้วไปที่ให้อาหารสิงโตทะเลต่อ หลังจากจุดนี้คาดว่าครีมกันแดดที่ทาแขนไว้คงโดนน้ำล้างออกไปหมดแล้ว... จากนั้นก็ไปดูปลาฉลามขนาดใหญ่ ตรงนี้เป็น aquarium แบบเป็นอุโมงค์ที่มีพื้นเลื่อนได้ เนื่องจากไม่มีคน เราเลยเดินวนไปวนมาอยู่กับที่เพื่อถ่ายรูปปลาฉลามอย่างใกล้ชิด ฟันมันสุดยอดมาก...

จากนั้นก็ถึงเวลาไปดูโชว์อันโด่งดัง ปลาวาฬ Shamu! เวทีอลังการสุดยอด ไอ Shamu นี่มันสาดน้ำได้ไกลโคตร แถวครึ่งหน้า 16 แถวนี่เป็น soak zone หมดเลย เราเลยต้องมานั่งดูไกลๆ... ต่อด้วยโชว์ปลาโลมา สุดยอดประทับใจ ไม่นึกว่ามันจะกระโดดตีลังกาได้สวยงามขนาดนี้ แถมกระโดดสูงมากๆๆ น่ารักมากด้วย แล้วก็ยังมีโชว์ฮาๆของสิงโตทะเล กับโชว์พวกสัตว์น่ารักๆเช่น หมา แมว หมู! แต่ความสุดยอดของ Seaworld มันไม่หมดเท่านี้ ทุกโชว์ที่ดูไปจะมี version ตอนกลางคืนที่สุดยอดอลังการ โชว์กลางคืนมีติดๆกันหมด ดูจบอันนึงก็วิ่งไปดูอีกอันนึงเพิ่มความประทับใจต่อๆกันไป 4-5 อัน จบวันด้วยพลุและเสียงเพลง พร้อมการแสดง dance ตรงทางออกสุดยอดประทับใจ... อยากไปอีกจังเลย สุดยอดความสนุกอิ่มเอิบตลอด 12 ชม.

blog คราวหน้า: ชีวิตใหม่กับ Amazon และ Seattle :)

Read more...

Sunday, April 12, 2009

New blog: Grand Opening!!

ตอนนี้ได้ย้าย blog มาที่ใหม่แล้ว ก็คือ blogger หรือ blogspot นั่นเอง ตอนนี้พยายามจะ convert บริการทุกอย่างบน Internet เข้าหา Google 555 ช่วงนี้กำลังรีบปั่น paper เพื่อ submit conference IMC'09 (Internet Measurement Conference) ไว้ว่างๆ แล้วค่อยมา up blog ต่อ...

Read more...

Thursday, September 4, 2008

Around Bay Area

รู้สึกไปเที่ยวเยอะเกินจนไม่มีเวลา up blog >< เอา highlight เลยละกันนะ เริ่มจากตอนนี้ได้ใบขับขี่มาแล้ว!!! ขอบคุณพี่เป๊กมากที่ช่วยสอนขับรถและพาไปสอบ เที่ยวที่แรกเริ่มจาก Napa Valley ซึ่งเป็นแหล่งผลิต Wine ขนาดใหญ่และดีที่สุดใน CA ก็ว่าได้ มี Winery นับไม่ถ้วน แต่ละที่ก็จะมีจัดทัวร์เพื่อชมกระบวนการผลิต Wine สนุกดีทีเดียว นอกจากนี้ย่านนี้ยังเป็นย่าน hiso มีร้านอาหารที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดใน West Coast อีกด้วย (จานละร้อยกว่าเหรียญ... ลองนึกภาพเรื่อง Ratatouille ดู...)

รู้สึกช่วงนี้พี่ๆขึ้นบ้านใหม่กันใหญ่ มีจัด Party มากมาย ได้ไปดูบ้าน hisoๆ ของพี่ๆทั้งหลาย หุๆๆ อาทิตย์ถัดมาเป็น Trip San Francisco อีกรอบ คราวนี้ไปกับ P'Trin, P'Pek และเพื่อน P'Trin ชื่อ N'Fon แต่ว่าคราวนี้หมอกเยอะไปหน่อย เลยแอบเอารูปมาแต่งเล็กน้อย :P วันถัดไปได้ไปเยี่ยมเตยที่ Berkeley เตยก็ดูสุขสบาย ลัลล้ากับพี่ๆน้องๆคนไทยที่นั่นดี 555 ก็ให้เตยพาทัวร์ (หรือเราพาเตยทัวร์นี่แหละ)
From Berkeley
From Berkeley
อาทิตย์นี้มี Company Picnic ที่สวน + ลานจอดรถของบริษัท แต่มันดูเป็นกิจกรรมครอบครัวจัด เราก็ไม่มีใครพามาด้วยสิ >< เลยเดินถ่ายรูปแล้วก็กินๆ แล้วกลับ 555 ก็ได้โอกาสถ่ายรูปที่ทำงานมาให้ดู ต่อไป.. ยังไม่หมดซักที... ช่วงนี้พอดีกำลังเห่อโปรแกรม Adobe Lightroom 2 เลยเอามาแต่งรูปซะเยอะ หุๆ คราวนี้ไปเที่ยว Santa Cruz, Monterey, Aquarium, Big Sur ซึ่งเป็นการเที่ยวไล่ตามชายหาดลงมาบ้านล่างของ Bay Area... ที่ Santa Cruz เจ๋งดี มีสวนสนุกติดทะเลด้วย ขับผ่านมาอีกหน่อยก็เป็นที่ปลูก Strawberry แวะกินก่อนเล็กน้อย และไปที่ Monterey เมืองชายทะเลสุดสวยอีกเมืองนึง ที่สำคัญคือมี Aquarium ชื่อดังด้วย ถึงแม้จะไม่อลังการเหมือนญี่ปุ่นแต่ก็ทำได้สวยทีเดียว โดยเฉพาะ Jelly Fish.. สุดยอดดด
From Monterey
From Monterey
Trip ล่าสุดที่ไปมา เป็นช่วง Labor Day weekend เลยได้ไป Camping 2 คืนที่ Redwood National and State Parks ซึ่งอยู่ทางเหนือขึ้นไปประมาณ 7 ชม... นั่งรถกันอ้วก คราวนี้ไปกัน 6 คนเท่านั้น อิอิ อบอุ่นๆ วันแรกแวะผ่าน Avanue of Giants ซึ่งมีต้นไม้ที่รถรอดได้อยู่ จากนั้นกว่าจะไปถึงที่พัก Dal Norte SP ก็ 5 ทุ่มแล้ว... กางเต้นในความมืดกันสนุกสนาน ตื่นเช้ามาวันรุ่งขึ้นก็ถึงเวลาเที่ยวของจริงละ เริ่มจาก Stout Grove ใน Jedediah Smith SP ซึ่งเป็น Trail ชื่อดังระยะทางสั้นๆ ถึงแม้ว่าจะไม่มีต้นไม้ใหญ่ที่สุดหรือสูงที่สุดในนี้ แต่ว่ามันสวยมากๆๆ ต้นไม้ส่วนใหญ่ก็ใหญ่สะใจ เหมือนกำลังเดินอยู่กลางป่าใน Lord of the Rings ออกมาขับรถผ่านทางชมวิวมากมาย แวะไปดู The Big Tree (304 feet tall and 21 feet in diameter) ผ่านทุ่ง Elk Prairie แต่เหมือนมาผิดเวลา ไม่มี Elk ออกมาเลย ~~ แต่ขับๆไปก็ได้เจอ 2 ตัวในระยะใกล้ๆ :D หลังจากผ่านป่าเขา unpaved road และขับรถลุยข้ามลำธาร ก็มาถึง Fern Canyon ซึ่งประทับใจในความสวยงามอีกแล้ว เสียดายไม่ค่อยมีเวลาถ่ายรูปมากนัก เพราะต้องรีบไป Hiking ต่อ Hiking อันนี้ค่อนข้างไกล เนื่องจากมาค่อนข้างสายเลยไม่มีเวลาเดินไปจนสุด(กลัวมืด..) กลับออกมาหาข้าวกิน ดูชายหาดแล้ว ปิ้ง Marshmallow เล่นไพ่แล้วนอน ~~ วัดสุดท้ายตื่นมา ลำแสงพระอาทิตย์ส่องสวยงาม วันนี้ขึ้นไป Oregon เพื่อเที่ยว Caves ซึ่งเป็น commercial cave ที่ยาวที่สุด (3.5 miles) ทัวร์อยู่ชั่วโมงครึ่งแหนะ ทัวร์ทำได้ทีเดียว เค้าพยายามพาเข้าไปและสวมบทบาทเป็นคนสำรวจถ้ำรุ่นแรกๆ ซึ่งตอนแรกเข้ามาโดยมีไม้ขีดแค่ 5 ไม้... (ไล่ตามหมาเข้ามา) จบแล้ว.. ตอนนี้ก็ใกล้ฝึกงานเสร็จแล้ว เดี๋ยวคงต้องกลับไปชีวิตแห่งความจริงอีกครั้ง.. thesis รอเราอยู่

Read more...

Saturday, August 9, 2008

Lake Tahoe & Obon Festival

วันนี้มีเรื่อง update 2 เรื่องหละ เรื่องแรกขอนำทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งญี่ปุ่นท่ามกลาง Bay Area... ช่วงเดือนที่ผ่านมาวัดญี่ปุ่นทั่ว US ก็ว่าได้จะมีการจัดงานที่ชื่อว่า Obon Festival (Obon お盆 or just Bon 盆 is a Japanese Buddhist custom to honor the departed spirits of one's ancestors.) หลักๆก็คืองานวัดในแบบญี่ปุ่นนั่นเอง มีซุ้มเล่นเกม ซุ่มอาหาร ที่สำคัญคือจะมีโชว์กลอง Taiko และมี Dancing ที่รู้จักกันว่า Bon Odori

ที่แรกที่ไปคือ Japantown, San Jose มี Taiko จากหลากหลายที่มาแสดง รวมถึงจาก UCSD ด้วย!! แต่รอบที่ไปดูมาจาก UC Irvine หละ ก็เพิ่งเห็นการเล่น Taiko แบบเป็นๆครั้งแรกก็รู้สึกน่าสนุกดี (ปกติเคยแต่เล่นจากเกมของวิทย์) ร้านอาหารดูมีน้อยกว่าที่คิด (ตอนแรกหวังจะได้กินไทยากิ กับ โอโคโนมิยากิ แต่มันไม่มีอะ) ก็ผ่านๆไปไม่มีอะไรมาก ไปเข้าวัดของญี่ปุ่น ซึ่งดูแล้วทำไมเหมือนโบสถ์ใน version พระพุทธศาสนาเลยนะ หลังจากนั้น 1 อาทิตย์ก็ไปวัดใน mountain view บ้าง คราวนี้มาตอนเย็น ที่นี่ถึงจะเล็กดูจัดบรรยากาศดีกว่ามาก ร้านต่างๆจัดดูเป็นญี่ปุ่นดีทีเดียว ตอนเย็นก็มีเต้น Bon Odori เราก็ไปยืนๆดู ไม่ได้ไปเต้นกะเค้าหรอก (เต้นไม่เป็นอะ 555) แล้วก็ถ่ายรูปเด็กๆในชุดกิโมโนน่ารักๆมาเต็มเลย หุๆ



เอาหละ หมดไปหนึ่งเรื่อง ถัดมาคือ Lake Tahoe Camping!! เย้ๆ คราวนี้ไปกับพี่ๆที่ทำงานอยู่ใน Bay Area ทั้งหลาย ทั้งสิ้นแล้วรวมพลมาได้ 23 คน!! OHH เยอะโคตรๆ มีกลุ่มนึง (พวกผู้หญิง) แยกไปนอน Cabin ที่เหลือนอน Tent 555 สนุกดีทีเดียว ไม่ได้นอนแบบนี้มานานละ อยากบอกว่าดาวสวยโคตรๆ ตอนกลางคืนหนาวสุดชีวิตเลย ประมาณ 5 องศาได้ ต้องเอาเสื้อกันหนาวทุกตัวออกมาใส่ + ยัดตัวในถุงนอน ที่สำคัญคือมันหนาวหัวมากเลย ><

Lake Tahoe สีสวยมากๆ โดยเฉพาะตรง Emerald Bay ซึ่งว่ากันว่าน้ำออกเป็นสีเขียว (ซึ่งก็จริง) เราไป Hiking กันที่นั่น แล้ววันถัดมาก็ไปพาย Kayak กัน ปรากฏว่าลืมทาครีมกันแดดที่เท้า เท้าแทบไหม้... ที่นี่แดดแรงน่ากลัวจริงๆ ต้องใส่แว่นกันแดดตลอดเวลา ขากลับไปแวะกินร้านอาหารไทยชื่อ Da Nang แถวๆ Berkeley อร่อยสุดๆเลย ไม่น่าเชื่อ..

จริงๆแล้วช่วงหน้าหนาว Lake Tahoe จะเป็นแหล่งเล่น Ski เพราะมี Ski Resort และภูเขาอยู่รอบข้าง (จริงๆตัว Lake มันอยู่บนภูเขาหละ เอาถุงขนมขึ้นไปนี่พองเลยทีเดียวเพราะความกดอากาศ) นอกจากนี้ Lake Tahoe ยังอยู่ระหว่างเขตแดนรัฐ CA กับ Nervada ด้วยหละ ซึ่ง Nervada เป็นรัฐที่มี Casino ได้ถูกกฎหมาย ประมาณว่าข้ามเขตแดน (ถนนเส้นนึง..) ก็ประจันหน้ากับ Casino ทันที..



อันนี้เป็นรูปจากกล้อง Nikon D80 ของพี่อุ๊ป ขอแอบเอามาโพสต์หน่อยละกัน :P


Me @ Lake Tahoe


Read more...

Wednesday, July 9, 2008

Life in Mountain View

ตอนนี้กำลังเขียน blog ไปด้วย teleconference ไปด้วย >< ทุกๆวันอังคารจะมี teleconference ของทีมเราเพื่อคุยกับทีมที่ india เราก็ไม่ต้องพูดอะไรมากนอกจากนั่งฟังๆ :P ตอนนี้ก็ทำงานมาเกือบ 3 อาทิตย์แล้ว ก็ยังไม่ค่อยมีอะไรมาก มีให้เขียนโปรแกรมภาษา C (แบบค่อนข้าง low level) แล้วก็ศึกษาระบบไปเรื่อยๆ

ก่อนอื่นก็ขอ post album รูปจาก stanford :D theme สีของ stanford รู้สึกแปลกๆดี (ตรงข้ามกับ UCSD เราโดยสิ้นเชิง) ดูแล้วทุกอย่างเป็นสีแดงไปหมด ><




ตอนนี้ย้ายจาก stanford มาที่อยู่ใหม่แล้ว ตรงนี้มีหมู่บ้านของ mobile home อยู่ ที่เรียกว่า mobile home ไม่ได้แปลว่าเป็นครึ่งบ้านครึ่งรถนะ แต่ว่าเป็นเหมือนบ้านที่สร้างมาประกอบง่ายๆ อยู่กับครอบครัวคนจีนที่ใจดีมากๆ ให้ยืมจักรยานปั่นไปทำงานทุกวัน :D มาอยู่ที่นี่แล้วดีหน่อยใช้เวลาไปถึงที่ทำงานไม่ถึง 10 นาที อิอิ เดินไปหน้าปากซอยก็มีโรงหนัง ได้ดูหนังบ่อยแน่ๆเลย สิ่งน่าสนใจอีกอย่างคือ Computer History Museum แบบว่ามีโชว์ computer ย้อนหลังไปตั้งแต่เครื่องถอดรหัส, ENIAC, SAGE, IBM OS/360, IBM first PC, etc.




อาทิตย์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยว San Fran หละ พี่ต้ามารับถึง Mountain View เลย SF เป็นเมืองที่หนาวทีเดียว และมีหมอกเยอะมากๆๆๆ (ช่วง summer) ช่วงก่อน 10 โมงนี่หมอกเต็มเลย ถ่ายรูปไรไม่ได้ >< แต่รู้สึกชอบเมืองมากเลย มีที่สวยงามหลายอย่าง Lombard นี่สวยมากก มีสวนขนาดใหญ่ (ยาววว) อยู่ใกล้ๆบ้านพี่ต้า ถนนที่นี่ชันน่ากลัวมาก ไปแค่ 2-3 วันยังเที่ยวได้ไม่หมดเลย วันหลังจะกลับไปใหม่ :D ขอบคุณพี่ต้ามากๆเลย มีความสุขมากๆ






วันก่อนเพิ่งโดน advisor เรียกตัวกลับไป SD เพราะต้องไปหา researcher คนนึง ซึ่งเป็น main sponsor ของ project ที่เรากำลังทำ ก็ต้องบินไป 1 วันแล้วบินกลับมาทำงานต่อ >< แถมต้องมี presentation ด้วย.. จะรอดมั้ยนะ

Read more...

Friday, June 27, 2008

Spring quarter 2008

1 ปีแล้วหรอ... ผ่านไป 3 quarters แล้วหรอ... เทอมนี้เป็นเทอมสำคัญมากๆ เพราะต้องลงวิชาที่จะตัดสินชีวิต ป.โทในอนาคต เริ่มจากวิชาแรก

1. Algorithm
วิชานี้ใช้ textbook เล่มเดียวกับบัวกับซันเลย ได้ยินคำล่ำลือ(คร่ำครวญ)ถึงความยากมาแต่ไกล ถึงเรื่องส่วนใหญ่จะเรียนเหมือน ป.ตรี แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเรียนเรื่องเดียวกันเท่าไหร่ รู้สึกว่าทุกอย่างต้อง proof ไปหมด การบ้านวิชานี้ถือว่ามหาโหดมาก ทำเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คนแหนะ การบ้านยากขนาดที่ว่าถ้าไม่ไป office hour เพื่อเอา hint/วิธีทำ จากอาจารย์คงไม่มีทางคิดออกแน่ๆ แล้วยังต้องทำ project อีก ซึ่งต้องไปวิเคราะห์ algorithm ที่ใช้ใน application จริงๆ ก็มั่วๆไปสิบกว่าหน้าได้ แต่ที่นี่กลัวที่สุดคง final... น่ากลัวมากๆ เพราะเป็นคะแนนถึง 50% เป็น take home exam มีเวลาทำ 1 อาทิตย์ ต้องทำทั้งหมด 3 ข้อ จาก 4 ข้อ นับว่าตัดสินชีวิตกันเลย เราก็กะจะหวังพึ่งผู้มีประสบการณ์บัวและซันซึ่งผ่าน final มาหมดแล้ว ปรากฎว่าล้มเหลว สุดท้ายก็พึ่งตัวเองกับถามเพื่อนๆ คืนก่อนส่งนั่งทำกันใน lab ถึงตี 4 (มันต้องส่ง 6 โมงเช้า - -") และแล้ว.. น่าตกใจมาก ได้ A+ 5555

2. Communication Network
ยกให้เป็นวิชายอดเยี่ยมแห่งปี อาจารย์เก่งสุดยอด วิชานี้นับว่าทำเอาตายได้ทีเดียว ต้องมี evaluate paper ส่งก่อนเรียนทุกคาบ และยังมี pop quiz ให้ตื่นเต้นเป็นระยะๆ มี programming assignment 2 อัน มี final ตอนวันสุดท้ายที่เรียน และมี project อันแสนยิ่งใหญ่ 1 อันที่ต้องมี present ในสัปดาห์ final คราวนี้คู่ project เป็น PhD จากจีน ก็ได้เจอคนที่มีนิสัยแปลกไปอีกแบบนึง project ที่ทำเกี่ยวกับ resource allocation system ในระบบ Cellular 3G/WiFi network ซึ่งเป็น project ที่พัฒนาต่อจากรุ่นที่แล้วอีกที (อธิบายไปก็คงไม่รู้เรื่องกัน บอกแค่นี้ละกันนะ 555) ก็ได้ความรู้มากมาย ได้ไปลอง emulate network ใน cluster ของภาควิชา ไม่รู้คราวเคราะห์อะไร admin คนใหม่เพิ่งเข้ามา ทำให้ process ต่างๆช้ามากๆ กว่าจะได้ account กว่าจะ run program ได้นี่ใช้เวลามากมาย แถม server ยังมีปัญหาทำให้ไม่สามารถ run อะไรได้เลยไปอาทิตย์นึง ทำให้ต้องรีบปั่นงานกันก่อนส่ง >< แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้ด้วยดี สำหรับ project กลุ่มอื่นๆนับว่า hiso กันมากๆ มีกลุ่มนึงซื้อ router มาจำนวนมากเพื่อมาทำการทดลอง (แน่นอนว่าอาจารย์ออกตังให้... สงสัยว่ากี่พันเหรียญนะนั่น...)

เป้าหมายสูงสุดหลังจากจบวิชานี้คือให้อาจารย์รับไปทำ thesis ป.โทต่อ และอาจารย์ก็รับด้วย เย้ๆๆ เดี๋ยวเปิดเทอมมาก็คงได้เริ่มทำอะไรสนุกๆต่อละ เกรดวิชานี้ก็ไม่ได้ยากมาก ก็ได้ A หุๆๆ แต่ที่น่าสงสัยคือทำให้คู่ project เราได้เกรดน้อยกว่าเรานะ... ต้องเป็นเพราะ final แน่ๆเลย น่าสงสารจัง

Internship
ตอนนี้ก็มาฝึกงานที่ NetLogic ที่ Mountain View เป็นบริษัททำเกี่ยวกับ chipset ใน router รู้สึกก็ออกไปทาง hardware เยอะเหมือนกัน... แต่เราก็อยู่ทีม software อะนะ (แต่ low level หน่อย) ตอนนี้พักกับพี่ขวัญอยู่ที่ Stanford เดี๋ยววันเสาร์นี้จะย้ายไปที่ใหม่ละ ว่างๆจะเอารูปมาลง ถ่ายไว้มากมายเลย มาอยู่นี่ก็ได้เจอภาคย์ซึ่งทำ Internship อยู่ Google!! ohh hiso จริงๆ เราตกสัมภาษณ์รอบแรกหงะ... เอาเถอะ เท่าที่ทำงานมา บริษัทเราก็ ok เดี๋ยวตอนหางานจริงๆต้องเอาบริษัทดังๆให้ได้ (ต้องอาศัย advisor เข้าช่วยแล้วงานนี้)

อ่า.. อยากไปเที่ยว San Fran แล้วสิ

Read more...

  ©Blogger Theme II by Ourblogtemplates.com 2008

Back to TOP